Ksher Payment Highlights Three Major Trends “Cashless – Paperless – Digitization”

Ksher Payment Highlights Three Major Trends “Cashless – Paperless – Digitization” For Hospitality Industry to Attract Chinese Tourists in FIT Segment

Ksher Payment, a leading fintech company, revealed the behavior analysis of Chinese tourists who plan to travel independently (Free Independent Traveler or FIT). This is the new trend among Chinese tourists and this segment is seeing strong growth. Being tech savvy and familiar with cashless shopping experience, FIT tourists prefer to use popular Chinese e-wallet applications such as Alipay and WeChat Pay. They also live a digital lifestyle, starting from searching for information, making hotel reservations, accessing hotel services, and making payment, all the way to sharing their travel experiences on social media. To better serve this booming segment, Thai hospitality industry should adapt itself by introducing innovations to accept digital payment, upgrade service standard, and remove language barrier. The industry will attract more customers through word of mouth, which will lead to its success and long-standing reputation among tourists.

Mr. Jason Lee, Marketing Director of Ksher Payment Co., Ltd., shared the behavior analysis of Chinese FIT tourists and digital marketing guidelines under the topic of “Strategies for Conquering the China FIT Market” during the “Digital Marketing for Hotel Business: Critical Tactics for 2020” seminar organized by the Thai Hotels Association. The event welcomed more than 150 hoteliers and marketers in hospitality industry from across the country.

According to the data, the proportions of male and female tourists in FIT segment are quite close, 48% male and 52% female. Among the different age groups, ranking first is those between 25 and 30 years old, accounting for 28% of FIT tourist. This is followed by those who are younger than 24 (22%) , and those between 31 and 35 years old (20%). More than 54% of Chinese tourists hold a bachelor’s degree. Majority of the tourists, 62%, come from China’s 2nd tier cities such as Chengdu, Chongqing, and Hangzhou. Tourists from the 1st tier city such as Shanghai, Guangzhou, Beijing, and Shenzhen only constitute 16%. In terms of spending, 47% of tourists spend more than 8,000 RMB per head per trip while those who spend 6,000 RMB per head per trip represent 46%. The key factor that triggers their decision to visit Thailand is interesting activities, quoted by 91% of those surveyed. It even beats the tourists’ budget consideration, which is only quoted by 73% of those surveyed.

Mr. Lee said, “Chinese FIT tourists have shown three major trends – Cashless, Paperless and Digitization – the hoteliers need to evolve. They can then adapt themselves to fully meet the needs of Chinese tourists and build customer loyalty.

inRead invented by Teads

The first keyword is Cashless.  64% of Chinese tourists prefer to pay by popular Chinese e-wallet applications, e.g. Alipay and WeChat Pay, and more than 40% never carry cash.

The second keyword is Paperless. More than 92% of Chinese tourists use mobile phones and spend more than 3 hours a day on screen searching for travel information such as accommodation, transportation, tourist attractions, restaurants, and shopping areas. They also read reviews on mobile application instead of reading travel books and brochures or asking hotel staff.

The last keyword is Digitization. Chinese tourists live a fully digital lifestyle, starting from researching, making a reservation, accessing hotel services, making payments, all the way to sharing their travel experiences on social media.”

“Hoteliers who want to penetrate the FIT segment should therefore adjust themselves faster. They should start from the most important thing, accepting payment from popular Chinese e-wallets, including both Alipay and WeChat Pay. Moreover, they can utilize innovations such as Remote Collection service on Ksher Boss application, which allows hotels to send their information along with the details of remote payment to customers. Then customers can conveniently pay on the WeChat mobile app or use the pre-authorization service, which asks the customers to make a deposit by scanning the QR code. When the customers check out, the hotels can check and deduct the actual costs before refunding them the deposit,” said Mr. Lee.

“Most Chinese tourists do not ‘speak’ English well, which is a major obstacle to hotel service. Therefore, Ksher developed an operating system offering service innovation that can bridge the communication gap. It connects Chinese tourists’ mobile apps to the hotels’ operating system to achieve easy communication via digital platform, reduce miscommunication, and increase customer satisfaction. The innovations include Smart Hotel Butler service, Mobile Menu, and Multi-Language UI. In addition, it can capture and analyze tourist data to help further develop strategies and plans,” added Mr. Lee.

This payment service is free for hospitality and retail businesses interested in using Ksher Payment’s financial solutions to scale up their business with both Chinese and Thai tourists! No application fee is required. For further information, please contact 02-150-0508 ext. 2, Line: @ksherservice, Facebook: KsherThailand or www.ksher.com

News Links :

Ksher Payment ชี้ 3 เทรนด์หลัก “Cashless – Paperless – Digitalized” กลยุทธ์มัดใจนักท่องเที่ยวจีนสาย FIT สำหรับธุรกิจโรงแรม

Ksher Payment (เคเชอร์ เพย์เมนท์) บริษัทฟินเทคชั้นนำ ได้เผยข้อมูลวิเคราะห์พฤติกรรมของกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนที่วางแผนเดินทางและท่องเที่ยวด้วยตนเอง (Free Independent Traveler หรือ FIT) ที่เป็นแนวโน้มใหม่ของนักท่องเที่ยวจีน และเป็นกลุ่มที่มีอัตราเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีพฤติกรรมการจับจ่ายแบบไร้เงินสด โดยจะใช้ e-wallet ผ่านแอปพลิเคชันยอดนิยมของชาวจีน ทั้ง Alipay และ WeChat Pay และมีไลฟ์สไตล์ดิจิทัล (Digital)

นอกจากนี้ยังรวมทั้งการหาข้อมูล การจองโรงแรม การเข้าใช้บริการโรงแรม การชำระเงินไปจนถึงการบอกต่อหรือแชร์ประสบการณ์ท่องเที่ยวของผ่านโลกโชเชียล พร้อมแนะธุรกิจโรงแรมไทยควรปรับตัวทั้งด้านนวัตกรรมการรับชำระเงินแบบดิจิทัล และนวัตกรรมด้านบริการช่วยปรับมาตรฐานบริการ และภาษา เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งจะดึงดูดลูกค้ามาใช้บริการได้มากขึ้นและบอกต่อความประทับใจต่อการใช้บริการของโรงแรม ซึ่งจะส่งผลให้โรงแรมประสบความสำเร็จ ครองใจนักท่องเที่ยวชาวจีนได้ต่อไป

เจสัน ลี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เคเชอร์ เพย์เมนท์ จำกัด ได้ร่วมแนะนำข้อมูลพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจีนกลุ่ม FIT และแนวทางการการตลาดแบบดิจิทัลในหัวข้อ “Strategies for Conquering the China FIT Market” ภายในงานสัมมนา “Digital Marketing for Hotel Business: Critical Tactics for 2020”จัดโดย สมาคมโรงแรมไทย (Thai Hotels Association) ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการและนักการตลาดในธุรกิจโรงแรมจากทั่วประเทศร่วมรับงานกว่า 150 คน

โดยจากข้อมูลพบว่านักท่องเที่ยวจีนกลุ่ม FIT ที่มาท่องเที่ยวในประเทศไทยมีสัดส่วนผู้ชาย 48% และผู้หญิง 52% ซึ่งใกล้เคียงกัน โดยช่วงอายุระหว่าง 25-30 ปี มีสัดส่วน 28% เป็นอันดับหนึ่ง ตามด้วยอายุน้อยกว่า 24 ปี (22%) และช่วงอายุ 31-35 ปี (20%) ทั้งนี้นักท่องเที่ยวกว่า 54% จบระดับการศึกษาระดับปริญญาตรี โดยนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มใหญ่กว่า 62% เดินทางมาจากเมืองรอง (2nd Tier city)ของจีนอาทิ เฉิงตู,ฉงชิ่ง,หางโจว

ขณะที่นักท่องเที่ยวจากเมืองใหญ่ (1st Tier city)ของจีนได้แก่ เซี่ยงไฮ้,กวางเจา,ปักกิ่ง และเซินเจิ้น มีเพียง 16% เท่านั้น โดยเป็นนักท่องเที่ยวที่มีใช้จ่ายสูง คือประมาณ 8,000 หยวนต่อทริปต่อคน มากถึง 47% และ 6,000 หยวนถึง 46% ทั้งนี้ปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจท่องเที่ยวอันดับแรก คือ มีกิจกรรมที่น่าสนใจ 91% มากกว่าเรื่องของงบประมาณที่มีนักท่องเที่ยวจีนให้ความสำคัญเพียง 73%

“นักท่องเที่ยวชาวจีนกลุ่ม FIT มีเทรนด์ที่ชัดเจน 3 ข้อคือ “Cashless – Paperless – Digitalized” ที่กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมควรศึกษาและปรับตัวเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวจีนได้อย่างครบถ้วน และดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการต่อไป”

โดยข้อแรก Cashless ซึ่งนักท่องเที่ยวจีนกว่า 64% นิยมชำระเงินโดยใช้ e-wallet ผ่านแอปพลิเคชันยอดนิยมของชาวจีน ทั้ง Alipay และ WeChat Pay และอีกกว่า 40% พบว่าไม่พกเงินสดเลย ข้อ 2 Paperless นักท่องเที่ยวจีนกว่า 92% ใช้โทรศัพท์มือถือ และใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงต่อวันบนโทรศัพท์มือถือ ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมหาข้อมูลการท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นข้อมูลโรงแรมที่พัก การเดินทาง สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร แหล่งช้อปปิ้ง อ่านรีวิวต่างๆผ่านโมบายล์แอปพลิเคชัน ไม่ใช่การศึกษาจากหนังสือคู่มือการเดินทาง,โบรชัวร์โรงแรมหรือสถานที่ท่องเที่ยว หรือการสอบถามจากพนักงานโรงแรมเหมือนแต่เดิมและ

ส่วนข้อสำคัญประการสุดท้าย Digitalized นักท่องเที่ยวจีนเป็นกลุ่มที่มีไลฟ์สไตล์ดิจิทัลแบบครบวงจร ตั้งแต่การหาข้อมูล การจองโรงแรม การเข้าใช้บริการโรงแรม การชำระเงิน ไปจนถึงการบอกต่อหรือแชร์ประสบการณ์ท่องเที่ยวของผ่านโลกโชเชียล

“ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมที่ต้องการเจาะกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวจีนกลุ่ม FIT ควรเร่งปรับตัว โดยเริ่มจากสิ่งสำคัญที่สุด คือ การเพิ่มช่องทางการรับชำระเงินด้วย e-wallet ผ่านแอปพลิเคชันยอดนิยมของชาวจีน ทั้ง Alipay และ WeChat Pay จากนั้นจะสามารถเพิ่มเติมนวัตกรรมด้านการชำระเงินที่สะดวกมากขึ้น เช่น บริการ Remote Collection ผ่านทางแอปพลิเคชัน Ksher Boss ซึ่งโรงแรมสามารถส่งข้อมูลโรงแรม พร้อมรายละเอียดการชำระเงินแบบทางไกล และลูกค้าสามารถชำระเงินได้ง่ายบนโมบายล์แอปฯ WeChat ได้เลย หรือบริการ Pre-Authorization การชำระเงินแบบวางมัดจำด้วยการสแกน QR Code เมื่อลูกค้า Check out ก็สามารถตรวจสอบและหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง แล้วคืนเงินมัดจำให้กับลูกค้าได้อย่างสะดวก เป็นต้น

ทั้งนี้นักท่องเที่ยวจีนส่วนใหญ่ไม่ถนัดที่จะสื่อสารภาษาอังกฤษด้วยการ ‘พูด’ ถือเป็นอุปสรรคสำคัญในการให้บริการของโรงแรม Ksher จึงได้พัฒนาระบบปฎิบัติการที่นำเสนอนวัตกรรมด้านบริการ เพื่อปรับรูปแบบการสื่อสาร โดยเชื่อมโมบายล์แอปฯของนักท่องเที่ยวจีน เข้ากับระบบปฎิบัติการของโรงแรมให้สื่อสารถึงกันได้สะดวกด้วยภาษามาตรฐานผ่านระบบดิจิทัลทั้งหมด ช่วยลดการสื่อสารที่ผิดพลาด และเพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้า เช่น บริการ Smart Hotel Butler, Mobile Menu และ Multi-Language UI อีกทั้งสามารถนำข้อมูลของนักท่องเที่ยวมาวิเคราะห์ เพื่อพัฒนากลยุทธ์และการวางแผนต่อไปได้อีกด้วย

โดยธุรกิจโรงแรมและร้านค้าที่มีความสนใจใช้บริการโซลูชันด้านธุรกรรมการเงินจาก Ksher Payment เพื่อต่อยอดธุรกิจกับลูกค้าทั้งนักท่องเที่ยวชาวจีนและชาวไทย สามารถสมัครใช้บริการได้ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเปิดบริการแรกเข้า โดยสอบถามข้อมูลได้ที่ Line: @ksherservice,Facebook: KsherThailand และ www.ksher.com

Our Payment Solution

Next Topic